เข้าสู่ระบบเขมราฐลิงค์

ชื่อที่ใช้เข้าสู่ระบบ *
ระหัสผ่านเข้าระบบ *
จำการเข้าระบบ

สร้างบัญชีผู้ใช้

ฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย (*) จำเป็นต้องกรอกรายละเอียด
ชื่อ *
ชื่อที่ใช้เข้าสู่ระบบ *
ระหัสผ่านเข้าระบบ *
ยืนยันระหัสผ่าน *
อีเมล์ *
ยืนยันอีเมล์ *
พิมพ์ตัวเลขหรืออักษรที่เห็นในภาพ *
Reload Captcha
Follow

การเลือกซื้อสายชาร์จ การเลือกสายชาร์จแบบไหนดีไม่ดี

การเลือกซื้อสายชาร์จ การเลือกสายชาร์จแบบไหนดีไม่ดี

Micro-USB-Cable-Fast-Charging-USB-Data-Charger-Cable

ปัญหาหนักอกของคนใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ก็คือเรื่องสายชาร์จ แม้จะซื้อถูก ซื้อแพง ก็เจอสายพัง สายขาดใน

 อุปกรณ์ที่เปลี่ยนกันบ่อยๆก็คือสายชาร์จเนี่ยแหล่ะครับ เรามาดูกันดีกว่า ว่าทำไมมันพังง่าย เดี๋ยวขาดใน เดี๋ยวชาร์จไม่เข้า พาอารมณ์เสีย หงุดหงิด เพราะสายชาร์จสุดที่รักคือท่อช่วยหายใจเวลามือถือแบตหมด

เรื่องการชาร์จไฟ ก็สำคัญ เรื่องการรับปริมาณกระแสไฟ ปกติจะขึ้นอยู่กับ อแดปเตอร์ ปกติแล้วหากซื้อมือถือ แท็บเล็ตใหม่ เรามักจะจำไว้ว่า อแดปเตอร์ ระบุไฟปริมาณเท่าไหรที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ เพราะอุปกรณ์ที่ให้มาพร้อมกล่อง จะสมบูรณ์แบบที่สุดในการใช้งานชาร์จอุปกรณ์นั้นๆ

 

คำว่าปริมาณกำลังไฟที่บอกข้างต้น เกี่ยวเนื่องกับกำลังไฟที่อุปกรณ์ต้องการ โดยปกติแล้วกระแสไฟสำหรับสมาร์ทโฟน จะอยู่ช่วงระหว่าง 1A - 2.4A ของผมจำง่ายๆ มือถือ 1A ส่วนแท็บเล็ตจอใหญ่มักใช้ไฟเยอะกว่า เพราะแบตใหญ่กว่า ก็ใช้ 2A ขึ้นไป แต่โดยหลักแล้ว อแดปเตอร์และอุปกรณ์ มักจะรับกำลังไฟตามที่อุปกรณ์รับได้ แต่ต้องสังเกต ถ้าชาร์จแล้วแบตเตอรี่ร้อนจัด ต้องพิจารณาว่าสายรองรับกำลังไฟเพียงพอไหม อแดปเตอร์อาจจ่ายไฟได้ไม่นิ่งพอ สายต้องมีความต้านทานที่รับได้ ยิ่งตอนนี้มีอแดปเตอร์ Fast Charge ยิ่งต้องใช้สาย Fast Charge ด้วยเช่นกัน

 

ปัจจุบันปัญหาที่มักจะพบเจออยู่บ่อยครั้งของผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต คงจะหนีไม่พ้นปัญหาเกี่ยวกับสายชาร์จ ที่ไม่ว่าจะเลือกซื้อแบบราคาถูกหรือราคาแพง แต่สุดท้ายยังต้องเจอกับปัญหาสายชาร์จขาด ชาร์จไฟไม่เข้า ซิงค์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ สายชาร์จจึงเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนบ่อยมากที่สุดในการใช้งานโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต สำหรับผู้ที่เจอปัญหาเรื่องสายชาร์จอยู่บ่อยครั้งนั้น ก็ไม่อยากที่จะเสียเงินเพื่อซื้อสายแท้ในราคาแพงมาใช้งานเพราะมองว่าถึงอย่างไรก็พังอยู่ดี จึงไปเลือกซื้อสายแบบราคาถูกมาใช้งานกันเป็นส่วนใหญ่จนลืมคิดไปว่าสายราคาถูกหากซื้อบ่อยครั้งราคาก็สูงไม่ต่างจากสายแท้ ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองไม่ต่างกันแต่ในความจริงแล้วสายที่มาพร้อมกันกับเครื่องมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนั้น เป็นสายแท้ และมีความแข็งแรงทนทานมาก แต่สาเหตุที่ทำให้พังง่ายนั้น อาจเป็นเพราะพฤติกรรมในการใช้งานของแต่ละบุคคลมากกว่า เช่น บางคนใช้งานโทรศัพท์ในการเล่นแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังเสียบสายชาร์จไฟอยู่ หรืออาจจะใช้ในการคุยสนทนาในขณะที่เสียบชาร์จไฟอยู่ เมื่อสายบิดไปมาเพราะการใช้งานโอกาสที่จะขาดเสียหายก็เกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นอาจไม่ได้เป็นเพราะสายชาร์จไม่แข็งแรงทนทานอย่างเดียว แต่เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละคนด้วย

 

       อะแดปเตอร์ ก็มีความสำคัญในการใช้งานชาร์จไฟเข้ามือสมาร์ทโฟนหรืแท็บเล็ต เพราะอะแดปเตอร์แต่ละตัวจะถูกออกแบบให้รับกำลังไฟได้แตกต่างกันออกไป หากเลือกสายชาร์จที่มีการรับกำลังไฟที่ต่างจากอแดปเตอร์ก็จะทำให้เครื่องมือถือสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเกิดความร้อนได้เร็วขึ้นและส่งผลเสียต่อทั้งมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอย่างมากเลยทีเดียว แต่หากเป็นอุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่องของมือสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็จนั้นจะถูกทดสอบและดูความเหมาะสมในการใช้งานที่เหมาะกับการะแสไฟอยู่แล้ว ในกรณีที่ต้องซื้อใหม่ หรือซื้ออะแดปเตอร์ใหม่ควรตรวจสอบกำลังไฟที่รับได้ให้ดีและเหมาะสมกันมากที่สุด เพื่อลดการเกิดไฟฟ้ารัดวงจรและเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้นของอุปกรณ์เสริมมือถือและแท็บเล็ตรวมถึงตัวของมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตด้วยความยาวของสายชาร์จก็มีส่วนสำคัญสำหรับผู้ใช้งาน เพราะในปัจจุบันคนเรามักใช้งานมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอยู่ตลอดเวลา หากใช้สายที่สั้นเกินไปก็เสี่ยงที่จะถูกดึงหรือถูกกระตุกจนสายชาร์จเสียหายได้ง่าย ดังนั้นจึงมีผู้ผลิตพยายามผลิตสายที่มีความยาวเหมาะสมกับการใช้งานตั้งแต่ความยาว 1-5 เมตร เพราะในสมัยนี้การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้จำกัดพื้นที่ใช้งานแล้ว แม้แต่เข้าห้องน้ำ หรือเวลานอน และเวลาต่าง ๆ คนส่วนใหญ่ก็มีความต้องการใช้งานอุปกรณ์ไอทีทั้งนั้น หากไม่เตรียมความยาวของสายให้เหมาะสมก็คงต้องเสียเงินซื้ออย่างบ่อยครั้งแน่นอน แต่ในส่วนของสายสั้นก็ยังได้รับความนิยมในการใช้งานอยู่พอสมควรเช่นกัน เพราะบางคนไม่ชื่นชอบความยาวของสายและกลัวว่าจะพันเวลาใช้งานจึงเลือกใช้สายแบบสั้นที่สะดวกกว่าในปัจจุบันมีการผลิตสายชาร์จให้มีความแข็งแรงทนทานเพิ่มมากขึ้น ตัวสายชาร์จสามารถลดการหัก งอ และขาดของสายไฟได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหัวชาร์จของสายยังมีความทนทานต่อความร้อนและกระแสไฟได้ดีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว สายที่มีความแข็งแรงทนทานรุ่นใหม่ ๆ จะมีการห่อหุ้มสายไฟภายในแบบหนาขึ้นมาถึง 5 ชั้นขึ้นไป ส่วนช่วงหัวของสายจะผลิตมาจากอลูมิเนียม อัลลอย เป็นส่วนใหญ่เพื่อความทนทานให้มากที่สุดในการใช้งาน สีสันของสายก็จะมีความสวยงามและทันสมัยไม่ได้มีให้เลือกเพียงสายขาวและสายดำเท่านั้น ตัวสายสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ได้เป็นพลาสติกเหมือนแต่ก่อนแล้วแต่จะถูกถักทอมาให้มีความสวยงามและเต็มไปด้วยความแข็งแรงทนทานอย่างมากที่สุด ราคาจะมีความแตกต่างกันออกไปตามยี่ห้อและขนาดความยาวของสายเริ่มต้นที่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันข้อสังเกตสายชาร์จที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อการซื้อหามาใช้งาน คือ 

   - สายชาร์จที่ดี และมีคุณภาพจะมีการบอกถึงการรับกระแสไฟติดอยู่ที่กล่องเสมอ การเลือกสายควรให้เหมาะสมกับอแดปเตอร์ที่ใช้งานด้วยเพื่อความปลอดภัยและเพื่อความทนทานของสายและอุปกรณ์ไอทีที่ชาร์จไฟ ดังนั้น เรื่องกระแสไฟก็เป็นสิ่งสำคัญมากพอสมควรในการเลือกซื้อ หากสายชาร์จที่ไม่มีการบอกเกี่ยวกับเรื่องการรับกระแสไฟของสายนั้นหมายความว่าไม่มีคุณภาพและไม่มาตรฐานพอจึงไม่ควรที่จะเสี่ยงเลือกซื้อมาใช้งาน

   - สายชาร์จที่ดีต้องรักษาระดับกระแสไฟในการชาร์จได้เป็นอย่างดี การลื่นไหลของกระแสไฟต้องคงที่และต้องไม่ติดขัด หรือหากมีกระแสไฟที่เกินเข้าไปจะต้องสามารถตัดการไหลเวียนของกระแสไฟได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ไอทีที่นำมาชาร์จและเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดไฟรัดวงจร ดังนั้น ควรเลือกซื้อสายที่มีมาตรฐานและผ่านการทดสอบและมีการยอมรับมาใช้งาน 

   - เมื่อเสียบสายเข้ากับ USB cable แล้วสายชาร์จต้องสามารถอ่านข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลได้เป็นอย่างดี หากไม่สามารถทำได้อาจจะเกิดจากมีส่วนใดส่วนหนึ่งของสายขาดหรือผิดรูปรวมถึงสายอาจจะมีคุณภาพไม่ดีพอสมควรจึงไม่สามารถเชื่อมต่อได้นั้นเอง

   - สายทีมีคุณภาพและน่าซื้อหามาใช้งานต้องมีการรับประกันจากผู้ขายเอาไว้ด้วย เพื่อความมั่นใจในการใช้งานหากเกิดมีปัญหาขึ้นมาก็สามารถเครมหรือเปลี่ยนสินค้าได้อยู่ตลอดเวลา หากเป็นสายที่รับประกันเพียงระยะเวลาไม่กี่วันก็ไม่เหมาะที่จะซื้อนำมาใช้งาน เพราะมีความเสี่ยงสูงมากแต่ที่มีการรับประกันเอาไว้ก็เป็นเพียงแค่เทคนิคในการขายของแต่ละร้านเท่านั้นระยะเวลาในการรับประกันส่วนใหญ่ก็ไม่เกิน 7 วันเท่านั้น ต่างจากสายที่มีมาตรฐานจะรับประกันเป็นเวลาหลายเดือนหรือบางยี่ห้อมีการรับประกันเป็นปี

   สายถูก ลวดทองแดงข้างในมีน้อยตามราคา ใช้ไปซักระยะ มักขาดใน ตามจุดที่สายหักไปมาบ่อย ๆ เช่นใกล้ ๆ กับหัว USB

สายแท้ สายปลอม ไม่เกี่ยวกับความเร็วในการชาร์ตครับ ความเร็วที่อยู่แอมป์ของ adapter เพราะความยาวสายไม่เกิน 1 เมตรมันไม่เห็นความแตกต่างเลยครับ มันมีแต่ ชาร์ตได้กับชาร์ตไม่ได้

ความปลอดภัย ไม่มีผลครับ เพราะถ้าสายคุณภาพแย่ พอร้อนจัด ทองแดงอาจจะเสื่อมคุณภาพเร็ว หรือละลาย แต่ก็ไม่เป็นอันตรายกับเราครับ

ข้อแตกต่างของสายแท้กับไม่แท้ จะเห็นได้ชัดกว่าเวลาโอนข้อมูลกับคอม สายปลอมหลายๆตัวชาร์ตไฟได้ แต่เสียบคอมแล้วมองไม่เห็นครับ มีบางคนบอกมองเห็นนะแต่โอนข้อมูลได้ช้ามาก อันนี้ไม่เคยเจอกับตัว เจอแต่เสียบแล้วเงียบ ไม่หือไม่อือ ไฟเข้าอย่างเดียว

สายแท้ค่อนข้างทนนะครับ เผลอๆมันจะทนกว่าตัวเครื่องด้วยถ้าเก็บสายเป็น มือถือผมมักจะไปก่อนสายเสมอๆ คนส่วนใหญ่เวลาพกเดินทางใส่กระเป๋า ชอบเสียบสายคาไว้กับ adapter เลย แล้วก็ม้วนๆสายเข้ากับขาปลั๊ก สายก็ขาดใน หรือขั้วสายตรงช่วงติดกับหัว usb หัก วิธีเก็บคือถอดออกมาจาก adapter แล้วม้วนเป็นวงกลม หรือ พับตามรอยเดิมตอนที่หยิบออกจากกล่องครับ แล้วอย่าเอาหนังยางรัด จะเก็บใส่กล่องเก็บสาย หรือหาที่สอดในกระเป๋าก็ได้ครับ

สายชาร์จของ แท้ หรือ ปลอม สำคัญครับ เมื่อคุณชาร์จกระแสสูงๆ ระดับเกือบสองแอมป์ มีผลแน่นอน

 

สายชาร์จราคาถูกทั่วๆไป จะใช้สายทองแดงขนาดเล็กมาก จึงทำให้มีความต้านทานในสายสูง และมีผลกระทบต่อการชาร์จ

 

สายชาร์จของแท้ หรือสายราคาแพงจะใช้ขนาด 22-24Awg เป็นสาย + -  ซึ่งรองรับการชาร์จกระแสสูงๆ ได้

 

ไม่แน่ใจว่าคำว่าแท้ ของ จขกท. หมายถึงสายยี่ห้อที่มาคู่กับตัวโทรศัพท์ หรือหมายถึงสายมียี่ห้อคุณภาพสูง ราคา 5-600 บาท ซึ่งคุณภาพไม่แตกต่างกัน

 

AWG ย่อมาจาก American wire gauge

 

AWG เป็นหน่วยวัดขนาดของลวดตัวนำไฟฟ้า ที่ใช้ในอเมริกาและคานาดา แต่ก็ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

 

ซึ่งสามารถแปลงหน่วยเป็นหน่วยวัดที่เราคุ้นเคยกันได้ อย่างเช่น Millimeter (มิลลิเมตร) ดังนี้จร้า

 

12 AWG = 2.05 mm.

13 AWG = 1.83 mm.

14 AWG = 1.63 mm.

15 AWG = 1.45 mm.

16 AWG = 1.29 mm.

18 AWG = 1.02 mm.

20 AWG = 0.81 mm.

22 AWG = 0.65 mm.

24 AWG = 0.51 mm.

26 AWG = 0.40 mm.

 

จากการแปลงหน่วยจะเห็นว่า ยิ่งตัวเลขค่า AWG มากขึ้น หมายถึงขนาดของลวดตัวนำไฟฟ้าก็ยิ่งเล็กลงเท่านั้น

 

...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนักดนตรีอย่างเรา ? 

 

ว่าด้วยวิชาไฟฟ้าพื้นฐานหรือวิชาฟิสิกส์ บอกไว้ว่า (ขออภิบายอย่างคร่าวๆ)

-----------------------------------------------------------------------------

1. ลวดตัวนำที่ทำจากโลหะต่างชนิดกันจะยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ดีไม่เท่ากัน

 

2. ลวดนตัวนำที่ทำจากโลหะชนิดเดียวกัน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากัน เส้นที่ยาวกว่าจะมีความต้านทานมากกว่า และยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้น้อยกว่าลวดที่มีความยาวสั้นกว่า (หรือที่เราเรียกกันว่าเสียงดร็อป ซึ่งก็คือ ลวดตัวนำยาวขึ้น และมีความต้านทานมากขึ้น คือ สายสัญญาณยิ่งยาวเท่าไหร่ สัญญาณก็ยิ่งดร็อปมากเท่านั้น)

 

3. ลวดนตัวนำที่ทำจากโลหะชนิดเดียวกัน มีความยาวเท่ากัน เส้นที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า(สายใหญ่กว่า)หรือมีพื้นที่หน้าตัดใหณ่กว่าจะมีความต้านทานน้อยกว่า จะยอมให้กระแสได้มากกว่าลวดที่มีขนาดเล็กกว่า

 

หมายเหตุ : ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการนำไฟฟ้าของลวดตัวนำ เช่น อุณหภูมิของลวดตัวนำ เป็นต้น

sponsor สินค้าแนะนำ

Ugreen Micro USB Cable 2.1A Fast Charging USB Data Charger Cable 1M 2M 3M Mobile Phone Cable for Samsung Xiaomi LG Android Phone

Ugreen micro usb cable 2.1ชาร์จแบบเร็ว usbข้อมูล1 m 2 m 3 mโทรศัพท์มือถือสายเคเบิ้ลสำหรับsamsung xiaomi lg

androidโทรศัพท์

 

ต่อไปนี้เป็นรูปภาพรายละเอียดสินค้า

ยี่ห้อ u-green

ระบบชาร์จ 5V 2A ชาร์จเร็ว สายทองแดง 2822 AWG 

ความเร็วการส่งข้อมูล 480 Mbps

หน้าสัมผัสชุบสีทอง ตัวบอดี้ทำจากอลูมิเนียม

จุดเชื่อมตัวสายกับหัวชาร์จได้รับการปกป้อง 2ชั้น อย่างแน่นหนา

 

ผู้เสนอขาย: aubdullala 

ราคาสินค้า: 389 บาท/ชิ้น

ชนิดสินค้า: พรีออเดอร์

รับสินค้า: พกง. เก็บเงินปลายทาง

 

สนใจสินค้าชิ้นนี้ ติดต่อผู้นำเสนอขาย แอดไลน์มาที่ : @aubdullala  เบอร์โทร 0911791189 

หรือสแกน QR code

 

 

Black Ribbon